การซักเบาะและซักพรมรถยนต์หลังน้ำท่วม
รถเก๋ง เริ่มต้น 2,000
suv เริ่มต้น 3,500
ppv เริ่มต้น 4,500


บริการทำความสะอาดภายในรถยนต์ที่ช่วยขจัดคราบสกปรก โคลน ตะกอน และสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำท่วม ซึ่งอาจสะสมอยู่ตามเบาะนั่ง พรมปูพื้น ใต้พรม และซอกมุมต่าง ๆ ของห้องโดยสาร หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างเหมาะสม อาจเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของผู้ใช้งานรถยนต์ได้
🚧 สัญญาณที่บอกว่า “เบาะและพรมรถยนต์” ควรได้รับการทำความสะอาดหลังน้ำท่วม
- มีกลิ่น อับชื้นหรือกลิ่นโคลน ภายในห้องโดยสาร แม้จะเปิดกระจกระบายอากาศแล้ว
- พรมปูพื้น เปียกชื้น มีคราบน้ำ คราบโคลน หรือคราบสกปรก ฝังแน่น
- เบาะนั่งมีคราบสกปรก กลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือสัมผัสแล้วยังชื้น
- พบคราบสกปรกสะสมบริเวณ ใต้พรม ซอกเบาะ และรางเบาะนั่ง
- มีความชื้นสะสมภายในรถเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
- รถถูกน้ำท่วมจนมีน้ำซึมเข้าใต้พรมหรือวัสดุซับเสียง ซึ่งอาจต้องรื้อทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างทั่วถึง
🌟 ทำไมลูกค้าควรนำรถมาซักเบาะและซักพรมหลังน้ำท่วม
✔ ขจัดคราบโคลนและสิ่งสกปรก
น้ำท่วมอาจนำพาโคลน ฝุ่น ตะกอน และสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ห้องโดยสาร การทำความสะอาดอย่างเหมาะสมช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเบาะและพรม ทำให้ภายในรถสะอาดขึ้น
✔ ลดกลิ่นอับชื้นภายในรถ
ความชื้นที่สะสมอยู่ในเบาะและพรมเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นอับ การซักทำความสะอาดร่วมกับการทำให้แห้งอย่างทั่วถึง ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และลดโอกาสเกิดกลิ่นอับซ้ำ
✔ ลดความเสี่ยงจากเชื้อราและสิ่งปนเปื้อน
วัสดุภายในรถที่เปียกชื้นเป็นเวลานานอาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา การทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างถูกวิธีช่วยลดความเสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อราและสิ่งปนเปื้อนที่อาจกระทบต่อสุขอนามัย
✔ ช่วยฟื้นฟูสภาพภายในรถยนต์
การทำความสะอาดเบาะ พรม และบริเวณใต้พรมตามความเหมาะสม ช่วยให้ห้องโดยสารกลับมาสะอาด น่าใช้งาน และลดปัญหาความชื้นตกค้างที่อาจส่งผลต่อวัสดุภายในรถในระยะยาว
คำแนะนำ: หากรถยนต์ถูกน้ำท่วมจนมีน้ำเข้าห้องโดยสาร ควรรีบนำรถเข้าตรวจสอบและทำความสะอาดโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่น้ำท่วมถึงใต้พรมหรือพื้นรถ เพราะอาจมีความชื้นสะสมในวัสดุซับเสียงและอุปกรณ์ไฟฟ้าใต้พื้นรถ การซักเบาะและพรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบร่วมด้วย


รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์